โพรไบโอติก คืออะไร? Probiotic 10 plus Giffarine

โพรไบโอติก คืออะไร

โพรไบโอติก คืออะไร? Probiotic 10 plus Giffarine

โพรไบโอติก คืออะไร? และทำไม? ร่างกายของเราจึงต้องการโพรไบโอติก

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “โพรไบโอติก” กัน

โพรไบโอติก คืออะไร? Probiotic 10 plus Giffarine

โพรไบโอติก คืออะไร

 

โพรไบโอติก คืออะไร?

ร่างกายของเรามีจุลินทรีย์อยู่หลากหลายสายพันธุ์จำนวนหลายล้านล้านตัว จุลินทรีย์เหล่านี้จะอยู่กันเป็นชุมชน เรียกว่า ไมโครโอม (Microbiome) ซึ่ง โพรไบโอติก คือ..

  • กลุ่มจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย เป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นหรือ
  • normal flora พบมากในระบบทางเดินอาหาร และลำไส้ และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ไมโครไบโอมสมดุล

ทำไม?? ร่างกายจึงต้องการโพรไบโอติก

 

ทำไม?? ร่างกายจึงต้องการโพรไบโอติก

เพราะหากจุลินทรีย์ประจำถิ่นถูกรบกวนอาจทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ โพรไบโอติก จึงเป็นทางเลือกที่ดี ในการเติมและสร้างความสมดุลให้จุลินทรีย์ประจำถิ่น

  • ป้องกันไม่ให้เชื้อก่อโรคจับที่ผิวเยื่อบุลำไส้
  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรคในร่างกาย
  • กระตุ้นระบบการย่อยอาหาร

มารู้จักโพรไบโอติกกันเถอะ

10 ปัจจัยทำลายโพรไบโอติก

1 เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

2 การสูบบุหรี่

3 ความเครียด

4 น้ำตาล

5 อาหารไขมันสูง

6 ยาปฏิชีวนะ

7 พักผ่อนไม่เพียงพอ

8 ทานอาหารที่มีใยอาหารต่ำ

9 ขาดการออกกำลังกาย

10 อายุที่มากขึ้น

โพรไบโอติด ลดลง ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

 

โพรไบโอติดลดลง ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?

1. ระบบทางเดินอาหาร ท้องผูก ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน อาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารอักเสบ

2. ระบบภูมิคุ้มกัน เป็นภูมิแพ้ ผื่นแพ้ จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ติดเชื้อที่ลำไส้และช่องคลอด ร่างกายเกิดการอักเสบง่าย อ่อนเพลีย และป่วยง่าย

3. สมอง อาจเป็นโรคซึมเศร้า เครียดง่าย

4. ด้านอื่น ๆ ผิวหนังอักเสบ มีกลิ่นปาก ไขมันในเลือดสูง ร่างกายเสื่อม จากอนุมูลอิสระ

 

คุณเคยมีอาการแบบนี้หรือไม่??

  • ท้องเสีย ปวดท้องบ่อย ๆ
  • ท้องผูกอาหารไม่ย่อย
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ถ่ายเป็นเลือด
  • การทำงานของลำไส้บ่งบอกถึงสุขภาพได้ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรง เช่น โรคลำไส้อักเสบ หรือมะเร็งลำไส้
  • ดูแลลำไส้กันตั้งแต่ตอนนี้ยังทัน
  • รับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืช
  • นอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ลดความเครียด
  • และเสริมด้วย โพรไบโอติก จุลินทรีย์ดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • ลำไส้อวัยวะสำคัญที่ถูกละเลย
  • ลำไส้ เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบทางเดินอาหาร ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมสารอาหารรวมถึงกำจัดของเสียออกจากร่างกาย

กิฟฟารีน โพรไบโอติก 10 พลัส

  • มีจุลินทรีย์โพรไบโอติกถึง 10 สายพันธุ์
  • ที่คัดสรรมาแล้วว่าดีต่อลำไส้และร่างกายในทุกมิติ
  • ในปริมาณมากถึง 11,400 ล้านตัว*
  • *(จุลินทรีย์ที่มีชีวิตปริมาณขั้นต่ำเมื่อสิ้นอายุการเก็บรักษา
    ไม่น้อยกว่า 11,400 ล้านตัว)

วิธีใช้

  • เทใส่ปากแล้วดื่มน้ำตาม
  • หรือ เท 1 ซอง (2 กรัม) ลงในน้ำ อุณหภูมิปกติ (ห้ามใช้น้ำร้อน) ปริมาณ 150 มล. คนให้ละลาย
    แล้วดื่มทันที

รหัส 82062
ปริมาณบรรจุ: 15.00 ซอง
น้ำหนักรวม: 54.72 กรัม
ราคา 790.


กว่าจะถึงลำไส้ โพรไบโอติกจะต้องผ่านหลายด่าน
กว่าจะถึงลำไส้ โพรไบโอติกจะต้องผ่านหลายด่าน คุณสมบัติของโพรไบโอติกที่ดี ที่จะสามารถผ่านด่านต่างๆ ไปจนถึงลำไส้ได้ มีอะไรบ้าง ไปดูกัน!!!
**ต้องรอด เมื่อเจอ
-กรดในกระเพาะอาหาร
-น้ำดีในลำไส้
**ต้องเกาะ ผนังลำไส้ได้ดี
**ต้องเพิ่ม!! จำนวนในลำไส้ได้
ดังนั้นโพรไบโอติกที่รับประทานเข้าไป จึงต้องมีคุณภาพ มีปริมาณที่มากพอ และที่สำคัญต้องไม่เป็นจุลินทรีย์ก่อโรค
———-
เรามีวิธีการเลือกโพรไบโอติกอย่างไร..
เพื่อให้ดีต่อร่างกาย …ไปดูกันเลย

-เลือกที่จุลินทรีย์มีเกราะป้องกันพิเศษ
**ช่วยให้จุลินทรีย์ทนต่อสภาวะที่เลวร้ายได้และมีชีวิตไปจนถึงลำไส้

-เลือกที่มีจุลินทรีย์ไม่น้อยกว่า 11400 ล้านตัว เมื่อครบอายุผลิตภัณฑ์ เพราะปริมาณที่มากพอจะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ

-เลือกที่ได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์ถูกต้องตามกฎหมาย
*เพื่อความมั่นใจในประสิทธิภาพ และความปลอดภัย

-เลือกที่มีสายพันธ์ที่ดีและหลากหลาย
*เพื่อประโยชน์ที่แตกต่างและครอบคลุม

-เลือกที่มีพรีไบโอติก เช่นอินนูลิน
*เพราะเป็นอาหารของโพรไบโอติก
———————-
จุดเด่นของ โพรไบโอติก 10 พลัส
**มีโพรไบโอติก 10 สายพันธุ์ 11400 ล้านตัว
**สร้างเกาะให้โพรไบโอติก ด้วยเทคโนโลยีพิเศษ ช่วยให้โพรไบโอติกยังมีชีวิตทั้งในระหว่างการเก็บรักษาไปจนถึงลำไส้ได้
**มีอินนูลิน
**รสโยเกิตอร่อยทานง่าย
**ผลิตและนำเข้าจากบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านโพรไบโอติกจากประเทศไต้หวัน
**ผงรูปแบบเม็ด Granule ไม่ฟุ้ง ไม่สำลัก
***(มีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตปริมาณขั้นต่ำ เมื่อสินอายุการเก็บรักษาไม่น้อยกว่า 11400 ล้านตัวต่อซอง)
———-
ใครทานได้บ้าง
**ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่าย(ท้องผูกบ่อย หรือท้องเสียง่าย)
**ผู้ที่มีปัญหาเรื่องลำไส้ และระบบทางเดินอาหาร
**ผู้ที่ต้องการปรับสมดุลลำไส้
**บุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพลำไส้และระบบทางเดินอาหาร
บุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวม
***บุคคลทั่วไป สามารถทานได้และไม่มีข้อห้ามในผู้ที่เป็นโรคต่างๆ ไม่รบกวนการทำงานของยา แต่ไม่มีผลในการรักษาโรค
———-
ทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์สุดปัง
1..ฉีกซองเทลงปาก แล้วดื่มน้ำตาม
2.ผสมน้ำ 150 มล. ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ (ห้ามใช้น้ำร้อน) คนให้ละลายแล้วดื่มทันที
**วันละ 1 ซอง หลังอาหารมื้อไหนก้ได้..เป็นปริมาณที่เพียงพอต่อการดูแลลำไส้ใน 1 วัน

**เพื่อประสิทธิภาพที่ดี ไม่แนะนำให้ทานพร้อมกับยาหรือสมุนไพรที่มี
ถทธิ์ Anti-biotic
**หากมีความจำเป็น ให้ทานแยกมื้อ หรือ ทานโพรไบโอติกก่อนหรือหลังทานยา อย่างน้อย 1 ชม.
———-
***ประโยชน์สุดปัง จากโพรไบโอติก***
-โพรไบโอติกกับการดูแล ระบบทางเดินอาหารและลำไส้
*ต้านเชื้อ H.pylori สาเหตุของกระเพาะอาหารอักเสบ
*บรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) และลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)
*ปกป้องลำไส้จากเชื้อก่อโรค
*เพิ่มความแข็งแรงของผนังลำไส้
*ลดภาวะท้องเสีย จากการทานยาปฎิชีวนะ
*บรรเทาอาการท้องอืด จากการที่ร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้
*ส่งเสริมระบบการย่อยอาหาร
*ลดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและลำไส้
*ช่วยดูดซึมสารอาหารและวิตามินต่างๆ
*บรรเทาอาการท้องผูกเพิ่มความถี่ในการขับถ่าย
———
-โพรไบโอติกกับการ เสริมภูมิคุ้มกัน
*เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภูมิคุ้มกัน
*ป้องกันการติดเชื้อ ที่ระบบทางเดินหายใจ
*บรรเทาอาการผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ
*ต้านภูมิแพ้บรรเทาอาการจมูกอักเสบ
*ต้านการอักเสบที่ปอด
*ต้านแบคทีเรียก่อโรค
*ต้านเนื้องอก
———-
-โพรไบโอติกกับการ ดูแล

**สุขภาพช่องปาก
*ลดเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากและฟันผุ
*ช่วยให้ช่องปากมีสุขภาพดี

**สุขภาพช่องคลอด
*ลดการติดเชื้อในช่องคลอด
*ปรับสมดุลในช่องคลอดช่วยให้ช่องคลอดมีสุขภาพดี
———
-โพรไบโอติกกับการ ดูแล

**รูปร่าง
*ลดคลอเลสเตอรอล
*ลดการดูดซึมไขมัน
*ลดไขมันในช่องท้อง จึงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก
*ช่วยให้ภาวะอ้วนลงพุงดีขึ้น

**สุขภาพโดยรวม
*ช่วยลดความเครียดปรับอารมณ์
*ต้านอนุมูลอิสระ
*ต้านอักเสบ
———
ใครที่กำลังสงสัยว่า “โพรไบโอติก” กับ “พรีไบโอติก” ต่างกันอย่างไร???
วันนี้เรามาทำความรู้จักไปพร้อมกันนะคะ
1. โพรไบโอติก Probiotic
คือ กลุ่มจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย และไม่เป็นจุลินทรีย์ก่อโรค
**ยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรค บรรเทาอาการท้องผูก ท้องเสีย
ช่วยปรับสมดุลลำไส้ เสริมภูมิคุ้มกัน
**พบมากในนมเปรี้ยว โยเกิร์ต เทมเป้ กิมจิ และคีเฟอร์
โพรไบโอติกจะเติบโตและเพิ่มจำนวนได้ดี ต้องได้รับอาหารอย่างเพียงพอ
———-
2. พรีไบโอติก Prebiotic
คือใยอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และไม่ถูกดูดซึม แต่จะเป็นอาหาร
ของจุลินทรีย์โพรไบโอติก
**กระตุ้นการทำงานและส่งเสริมการเติบโตของจุลินทรีย์โพรไบโอติก
**พบได้ในอินนูลินจาก รากชิโครี, อาร์ทิโค,กระเทียม,หัวหอมใหญ่,หน่อไม้ฝรั่ง,กล้วย และแอปเปิ้ล
**พรีไบดอติกช่วยให้โพรไบโอติกเพิ่มจำนวนและทำงานได้ดียิ่งขึ้น
———-
คำถามที่พบบ่อยของ “โพรไบโอติก”
คำถามที่พบบ่อยของ “โพรไบโอติก” มีอะไรบ้าง ไปดูกัน!!!
—–
คำถาม.. ทำไมต้องรับประทานโพรไบโอติก
ตอบ.. อาการปวดท้องบ่อยๆ ท้องอืดท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า ลำไส้เสียสมดุลและมีความผิดปกติ ดังนั้น โพรไบโอติก จุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกายจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการคืนความสมดุลให้กับลำไส้ และระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้ตามปกติ
—–
คำถาม..การรับประทาน โพรไบโอติก จะทำให้ร่างกายติดเชื้อหรือไม่
ตอบ.. การติดเชื้อคือ การที่จุลินทรีย์ก่อโรครบกวนการทำงานของร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบของร่างกาย หรืออาหารเป็นพิษ แต่โพรไบโอติก คือจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย และมีคุณสมบัติ ที่ไม่เป็นจุลินทรีย์ก่อโรค ดังนั้น การรับประทานโพรไบโอติกไม่ได้ทำให้ร่างกายติดเชื้อ แต่จะช่วยปรับสมดุล สร้างสารที่มีประโยชน์และช่วยลดการติดเชื้อในร่างกาย
—–
คำถาม.. หากมีอาการท้องเสียสามารถรับประทาน โพรไบโอติกได้หรือไม่
ตอบ.. ถ้าอาการท้องเสียทีไม่รุนแรงสามารถรับประทานได้ เพราะโพรไบโอติกจะช่วยยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค แต่หากมีอาการท้องเสียรุนแรงและมีอาการแทรกซ้อน ควรรีบพบแพทย์
—–
คำถาม.. หากรับประทาน โพรไบโอติกต่อเนื่องนานๆ แล้วหยุดรับประทาน จะมีผลต่อระบบขับถ่ายหรือไม่
ตอบ.. การรับประทานโพรไบโอติกมาอย่างต่อเนื่องแล้วหยุดรับประทาน จะส่งผลกับระบบขับถ่ายก็ต่อเมื่อยังคงมีกิจวัตรประจำวันดังนี้
-มีความเครียด
-พักผ่อนไม่เพียงพอ
-ขาดการออกกำลังกาย
-สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์
-รับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
-รับประทานอาหารที่มีใยอาหารน้อย
—–
ข้อห้ามข้อควรระวัง ในการรับประทาน โพรไบโอติก
บุคคลทั่วไปสามารถรับประทานได้ ไม่มีข้อห้ามในโรคต่างๆ และไม่รบกวนการทำงานของยา
แต่เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงไม่แนะนำในเด็ก สตรีมีครรภ์ และไม่แนะนำให้รับประทานพร้อมยาปฎิชีวนะหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ Anti-biotic เพราะยาเหล่านี้จะไปทำลายทั้งเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี

 

สามารถนำรหัสสมาชิก 37087100 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Fanpage : Giffarine Easy
Email : thatsaya1968@gmail.com
โทร. 064-1860236 / Line id : @easygiff

สมัครสมาชิกกิฟฟารีนป้อนข้อมูลที่นี่ค่ะ

 

 

Facebook Comments