ปุ๋ยกิฟฟารีนกับการทำลำไยออกนอกฤดู

ปุ๋ยกิฟฟารีนกับลำไยนอกฤดู,ปุ่ยใส่ลำไย,ปุ๋ยลำไยนอกฤดู,ปุ๋ยลำไยลูกใหญ่,

ปุ๋ยกิฟฟารีนกับการทำลำไยออกนอกฤดู

การทำให้ลำไยออกนอกฤดูส่วนมากจะเริ่มราดสารช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม เก็บเดือนกันยายน-ธันวาคม เป็นช่วงที่น่าทำ ลำไยออกดอกดี และการลงทุนในการดูแลต่ำ ลำไยโตดี ลำไยโตในช่วงมีฝน ราคาพอใช้ได้ ช่วงเดือน มิถุนายน-กันยายน เก็บเดือนมกราคม-มีนาคม ช่วงนี้ทำยาก เนื่องจากฝนตกชุก ในช่วงราดสารและการลงทุนสูง ลำไยลูกไม่ค่อยโต เนื่องจากลำไยมีการพัฒนาของลูกในฤดูหนาว ราคาดี

การแก้ไขลูกลำไยที่ไม่โตในฤดูหนาวโดยใช้กรดอะมิโนช่วย พ่นเจอร์มิเนท  250 ซี.ซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร 1-2 ครั้ง ในช่วงที่อากาศหนาวจัดลูกไม่ค่อยโต

สำหรับเกษตรกรที่ยังราดสารลำไยไม่ค่อยออก  หรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีน้ำให้ราดสารเดือนมีนาคม-เมษายน  ช่วงนี้โอกาสสำเร็จจะสูงมากกว่า

ผลของสารโพแทสเซียมคลอเรตที่มีต่อลำไย

เมื่อราดสารโพแทสเซียมคลอเรตที่รอบทรงพุ่มลำไย ลำไยดูดสารขึ้นไป  สารมีผลต่อการยับยั้งการทำงานเอนไซม์ไนเตรทรีดักเทส  ส่งผลให้ธาตุในโตรเจนไม่ค่อยเกิดประโยชน์ กล่าวง่าย ๆ ลำไยหยุดโต ไม่แตกใบในช่วงเวลาหนึ่งขาดปุ๋ยไนโตรเจน  มีอัตราการสะสมอาหารมากขึ้น เมื่อเทียบกับอัตราการเจริญเติบโต ส่งผลให้มีอาหารที่มากเพียงพอที่จะสร้างตาดอก  นอกจากนั้นสารโพแทสเซียมคลอเรตยังทำลายระบบรากของลำไยด้วย ทำให้การดุดน้ำในระยะแรกน้อยลง ส่งผลถึงปริมาณสารไนโตเจนน้อยลง

การออกดอกของต้นไม้ส่วนมากเกี่ยวกับซีเอ็นเรโว C/N Ratio คาร์โบไฮเดรดเที่ยบกับปริมาณไนโตรเจนที่มีในพืช  ถ้าต้นไม้มีซีเอ็นเรโวที่สุง จะมีการออกดอกที่ดี ดังนั้นถ้าต้องการให้ต้นลำไยออกดอกดี ต้องลดปริมาณไนโตรเจนในต้น และ เพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น

การออกดอกของพืชต้องมีการสะสมในต้นที่มากพอ  ในการใช้สร้างตาดอก  ไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารที่เร่งการแตกใบอ่อน  สร้างใบ ในโตรเจนมีมากในปุ๋ยเคมีตัวหน้าสูง ปุ๋ยมูลสัตว์ ปุ๋ยอินทรีย์ น้ำฝน

แนวทางที่ส่งเสริมการออกดอกของลำไย

หลังจากเก็บผลผลิตแล้ว ต้องกระตุ้นให้ลำไยออกใบพร้อมกัน ส่งผลให้ออกดอกพร้อมกันและใบเป็นแหล่งสร้างอาหารของพืช

หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้ปุ๋ยทางดิน (เคมีผสมกับอินทรีย์) และเมื่อเริ่มแตกใบอ่อนชุดแรก ใช้ปุ๋ยทางใบดึงใบอ่อน พ่นสูตรตัวหน้าสูง 1-2 ครั้ง และทำใบ 2-3 ใบ เพื่อให้มีใบที่เพียงพอที่จะสร้างอาหาร ใช้บำรุงต้น และสะสมอาหารที่มากพอในการสร้างตาดอก บำรุงดอก

การเพิ่มอาหารสะสมให้กับลำไยก่อนราดสาร ถ้าต้องการให้ใบชุดสุดท้ายสะสมอาหารมากขึ้น ใบอ่อนชุดสุดท้ายกำลังคลี่ใบ (ยังไม่เพสลาด) ให้ใส่ปุ๋ยทางดิน 8-24-24 ปุ๋ยตัวหน้าต่ำ ตัวกลางสูง หรือตัวท้ายสูง ช่วยสะสมอาหารจำเป็นมาก ถ้าทำลำไยในช่วงฤดูฝน

นอกจากนั้นเมื่อใบอยู่ในระยะเพสลาด  ต้องพ่นด้วยปุ๋ยตัวหน้าต่ำตัวกลางสูงที่ช่วยอั้นยอดและเกิดการสะสมอาหารภายในกิ่งมากขึ้น  และทำให้ใบมีความพร้อมในการราดสารมากขึ้น

พ่น 1 ครั้งที่ระยะใบเพสลาด หลังจากนั้น 7 วัน มาราดสาร และหลังจากนั้นพ่นอีก 2 ครั้ง เพื่อเพิ่มอาหารสะสมในต้น

ถ้าพ่นปุ๋ยตัวหน้าต่ำ ตัวกลางสูง 1 ครั้ง แล้วมาราดสาร จากประสบการณ์ที่สังเกตถ้าต้นมีการสะสมอาหารที่ดีอากาศเหมาะสม ลำไยจะออกดอกแบบช่อสะเดาถ้าพ่นปุ๋ย 2-3 ครั้ง ราดสารเมื่อใบแก่จากประสบการณ์ที่สังเกต  จะออกมาเป็นใบอ่อนก่อน  ถึงแซมดอกทีหลัง

ช่วงเวลาที่ราดสารให้ราดในช่วงแดดจัด ๆ จะมีผลต่อการดูดสารที่ดีขึ้น

การให้น้ำหลังจากราดสารแล้วควรให้น้ำตามเยอะ ติดต่อกัน 2-3 วัน เพื่อช่วยในการละลายของสารและช่วยให้สารเข้าเข้าสู่ต้นลำไยมากขึ้น  หลังจากนั้นให้น้ำน้อยแค่พออยู่ และมาให้น้ำเพิ่มในช่วงดอกเริ่มเดิน

ปัจจัยที่ทำให้ลำไยไม่ออกดอก

*การตัดแต่งกิ่งใกล้เวลาราดสาร หรือ  พร้อมกับราดสาร  ที่ไม่ออกดอกเนื่องจากเมื่อตัดแต่งกิ่งแล้ว  ต้นลำไยจะพยายามแตกยอดชุดใหม่  ซึ่งตรงข้ามกับหลักการออกดอกของพืช พืชจะต้องชะลอการเติบโต  ยับยั้งการแตกใบ  หรือลดปริมาณไนโตรเจน ถึงจะออกดอกได้ดี

*ความหนาแน่นของจำนวนใบมากหรือการเบียดกันของใบมากเกินไป  มีผลต่อการสะสมอาหารภายในกิ่ง  พืชต้องมีใบที่โดนแสงแดดอย่างทั่วถึง  ถ้าใบเบียดกันพื้นที่รับแสงได้น้อย การสร้างอาหารได้น้อย  แถมส่วนของใบบริเวณปลายยอด ก็ต้องยืดขยายแข่งกันหาแสง

*ใช้ปุ๋ยผิดสูตรในช่วงใบชุดสุดท้ายที่ราดสาร ใส่ปุ๋ยตัวหน้าสูง หรือปุ๋ยสูตรเสมอปุ๋ยอินทรีย์

*ปริมาณฝนตกชุกมากเกินไป  เป็นการเพิ่มไนโตรเจนให้กับพืช

ปุ๋ยกิฟฟารีนกับลำไยนอกฤดู,ปุ่ยใส่ลำไย,ปุ๋ยลำไยนอกฤดู,ปุ๋ยลำไยลูกใหญ่,

การใช้ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีนกับลำไยที่มีผลต่อการออกดอก

อัตราส่วนต่อน้ำ  200  ลิตร

กระตุ้นการแตกใบ

*เกรทกรีน                      อัตรา       30    ซี.ซี.

*โบโรแคล                     อัตรา      1/2   ขีด

*โกรแม้กซ์ 30-10-10     อัตรา      7      ขีด

*เม็กก้าซิงค์                   อัตรา     1/2    ขีด

*แม็กนีเซีย                    อัตรา       2      ขีด

 

พ่น 1-2 ครั้ง เพื่อให้การแตกยอดพร้อมกัน

หลังจากนั้นใบเพสลาดแล้ว

ต้องการบำรุงใบ

*เกรทกรีน                            อัตรา       30      ซี.ซี.

*โบโรแคล                            อัตรา      1/2      ขีด

*โกรแม้กซ์ 15-15-15           อัตรา       7         ขีด

การเพิ่มการสะสมอาหาร

*เกรทกรีน                            อัตรา       30          ซี.ซี.

*โบโรแคล                            อัตรา       1/2        ขีด

*โกรแม้กซ์ 0-55-190+06.7 Mgo   อัตรา   5 – 7      ขีด

หรือใช้

*เกรทกรีน                             อัตรา        30         ซี.ซี.

*โบโรแคล                             อัตรา        1         ขีด

*โกรแม้กซ์   10-52-17           อัตรา        1         กิโลกรัม

*เทอโบไทโอแม็กซ์                อัตรา       200         ซี.ซี.

พ่น 1 หรือ 2 ครั้ง แล้วราดสาร หลังจากนั้น ประมาณ 20 วัน ลำไยจะเริ่มเดินช่อดอก

ถ้าในกรณีลำไยแตกใบอ่อนพร้อมดอกใช้

*เกรทกรีน                       อัตรา              30      ซี.ซี.

*โบโรแคล                       อัตรา             1         ขีด

*โกรแม้กซ์   6-20-30       อัตรา           7-10     ขีด

พ่น 2-3 ครั้ง ทำให้ใบอ่อนเล็กลงไม่เกิดปัญหาใบกลืนดอก สูตรนี้ถ้าจะได้ผลต้องพ่นให้ทันในระยะที่ใบเริ่มคลี่ ถ้าปล่อยไว้นานไป ใบกลืนดอกไปแล้วช่วยไม่ได้

ในระยะนี้ห้ามใช้

ท็อปเอ็น  30-0-0  หรือเจอร์มิเนท หรือ 10-52-17 ถ้าไปใช้จะไปเร่งการพัฒนาของใบทำให้เกิดปัญหาใบกลืนดอก

ถ้าในกรณีพัฒนาออกมาเป็นดอกใช้

*เกรทกรีน                             อัตรา       30       ซี.ซี.

*โบโรแคล                             อัตรา       1         ขีด

*โกรแม้กซ์ สูตร  10-52-17     อัตรา       7-10    ขีด

*เม้กก้าซิงค์                            อัตรา     1/2       ขีด

พ่น 2 ครั้ง ถ้าต้องการให้ดอกใหย่เพิ่มเปลี่ยนเม็กก้าซิงค์ เป็น ท็อปเอ็น  30-0-0   (300   ซี.ซี)

สำหรับลำไยอีดอก้านอ่อนไม่แนะนำให้ทำช่อยาวช่อโต ถ้าทำต้องตัดแต่งช่อดอกช่วย แต่ถ้าเป็นพันธุ์อีดอก้านแข็งเหมาะมาก

ก่อนดอกบานควรพ่นยาเชื้อรากับยาฆ่าแมลง 1 ครั้งจะดีมาก และใส่โบโรแคลเพิ่ม จะเพิ่มความแข้งแรงของดอกความสมบูรณ์ของดอกได้ดีมาก

ถ้าเกิดปัญหาฝนตกอากาศเปลี่ยนแปลงลำไยดอกร่วงไม่ค่อยติด สามารถใช้

*เกรทกรีน                            อัตรา        30     ซี.ซี.

*โบโรแคล                           อัตรา         1       ขีด

*คาร์เบนดาซิม (ชื่อสามัญ)     อัตรา       200    ซี.ซี

พ่นให้เป็นละอองปลิวเข้าสู่ดอกห้ามจี้โดยตรง

*****เกร็ดความรู้*****

ระยะการเจริญเติบโตของพืช

ระยะใบเริ่มแตกใบอ่อนถึงใบเพสลาดต้นไม้ต้องสูญเสียอาหารในการเจริญเติบโตของใบ

ระยะใบเพสลาดถึงใบแก่ จะเริ่มสร้างอาหารเลี้ยงตัวเองได้และมีอาหารเหลือที่จะส่งไปให้แหล่งอื่นได้

หน้าที่ของธาตุอาหาร

ไนโตรเจน   (N)  เร่งการเจริยเติบโตของพืช สร้างต้นสร้างใบ

ฟอสฟอรัส   (P)  ยับยั้งการเจริญเติบโตสร้างดอกพัฒนาราก

โปตัสเซียม  (K)  ช่วยลำเลียงอาหาร สร้างน้ำหนักและคุณภาพของผล

แคลเซียม   (Ca)  สร้างระบบราก ช่วยแตกรากดี ช่วยระบบต้น ต้นแข็งแรง เสริมความแข็งแรงของเกสรตัวผู้และตัวเมีย และเพิ่มน้ำหนักของผลผลิต

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์  094-5256582

 

 สามารถนำรหัสสมาชิก 37087100 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Fanpage : Giffarine Easy
Email : thatsaya1968@gmail.com
โทร. 064-1860236 /คลิ๊ก>> Line id : ts2511

สมัครสมาชิกกิฟฟารีนป้อนข้อมูลที่นี่ค่ะ

Facebook Comments